วางอำนาจทั้งบ้าน แฉแม่เลี้ยงหมดเปลือก ทำร้ายเด็กประจำ ลั่นพ่อผัวยังหนีไปบวช !

จากกรณีที่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเซียล หลังเด็กชายวัย 14 ปีถูกพ่อและแม่เลี้ยงรังแก จนเด็กชายต้องหนีออกจากบ้าน ปั่นจักรยานหนีไปหาแม่แท้ๆ ที่ จ.ระยอง

พระชยพุฒโฑ ปู่ของด.ช. 14 ปี เปิดเผยว่า ตลอดเวลาที่อาศัยอยู่ที่บ้านเอื้ออาทร ซึ่งเป็นบ้านของแม่เลี้ยง ได้รับรู้และเห็นว่าหลานถูกตบตี ทำร้ายร่างกายอย่างทารุณมาโดยตลอด โดยเฉพาะเวลาที่แม่เลี้ยงโมโห ก็มีจะปากเสียง ด่าเด็กตลอด ยิ่งตอนที่อาตมาไม่อยู่ในบ้าน แม่เด็กก็จะทำร้ายอย่างหนัก ครั้งที่หนักที่สุดที่เห็นต่อหน้า คือ เมื่อตอนแม่เลี้ยงตบหน้าหลานอย่างแรง อาตมาเข้าไปห้าม และเคยขอร้องว่าอย่าทำร้ายร่างกายเด็ก แต่แม่เลี้ยงไม่เคยรับฟัง เมื่อกล่าวตักเตือน ก็มักจะมีปากเสียงกระทบกระทั่งกันตลอด ไม่สามารถพูดอะไรได้มาก เพราะต้องขออยู่อาศัยที่บ้านของแม่เลี้ยง นอกจากนี้ ระหว่างที่พักอาศัยอยู่บ้านของแม่เลี้ยงนั้น ก็มีย่าพักอยู่ด้วย ซึ่งในระหว่างนั้นย่ากำลังไม่สบาย

แม่เลี้ยง

งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ อาตมายอมอดทนอยู่บ้านแม่เลี้ยง เพราะต้องคอยพาย่าไปพบหมอใน กทม. ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าอาตมายินยอมแม่เลี้ยงแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้จริง ๆ แม่เลี้ยงด่าทอ คุมอำนาจใหญ่สุดในบ้าน ในขณะที่ย่ากำลังไม่สบายอาตมาไม่มีเงินซื้อยาให้ย่า ชีวิตอดอยาก ไม่มีเงินติดตัว ต้องคอยขอเงินแม่เลี้ยงใช้ เพราะบัตร ATM ที่เงินบำนาญเข้าทุกเดือนกว่า 2 ปี นั้น ลูกชายและลูกสะใภ้ยึดครองทั้งหมด จึงไม่มีเงินตกถึงมืออาตมา

ซึ่งเงินเข้าเดือนละ 10,000 บาท เป็นเวลา 2 ปีอาตมาก็ตัดสินใจหนีออกมาจากบ้าน มาบวชที่วัดแห่งนี้ทันที เพราะทนพฤติกรรมของลูกสะใภ้ไม่ไหว สงสารหลาน แต่ไม่สามารถช่วยได้ จึงเคยบอกกับหลานว่า ถ้ามีโอกาส ให้หนีไปหาแม่แท้ ๆ ที่ จ.ระยอง ทั้งนี้ ก่อนออกมาบวช ร่างกายเด็กยังไม่มีแผลเยอะตามที่เป็นข่าว ซึ่งอาจจะถูกทรมานหนักมากช่วงที่อาตมาไม่อยู่ พระชยพุฒโฑ ฝากบอกหลานทั้งน้ำตาว่า ให้รักษาตัวดี ๆ โตขึ้นจะได้มีงานทำ ที่แล้ว ๆ มาคงเป็นเวรกรรมที่ปู่ช่วยไม่ได้ หลังจากนี้ ปู่จะขออยู่ใต้ร่มผ้าเหลืองตลอดบั้นปลายชีวิต

Cr.amarintv

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *