เอาแล้วไง!! ครูปรีชา และบรรดาเจ๊ๆ โดนอ่วมอีกข้อหาหนัก เป็นคนจูง จนท.ทำผิด!!

จากกรณีคดีลอตเตอรี่จำนวน 30 ล้านบาท ที่ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ ซึ่งเป็นผู้นำสลากไปขึ้นเงินรางวัล และนายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนเทพมงคลรังษี ซึ่งแจ้งความว่าลอตเตอรี่ชุดดังกล่าวเป็นของตนที่ทำหายไปจนมีการฟ้องร้องกันอยู่ในขณะนี้ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าใครเป็นเจ้าของลอตเตอรี่ตัวจริงกันแน่ โดยสังคมออนไลน์ก็พยายามหาข้อพิสูจน์การตกหล่นของลอตเตอรี่ฉบับดังกล่าว

หลังศาลอาญาอนุญาตให้ประกันตัว “ครูปรีชา ใคร่ครวญ” อายุ 50 ปี ครูชำนาญการพิเศษในโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี กับ “นางรัตนาพร สุภาทิพย์” หรือ เจ๊บ้าบิ่น อายุ 58 ปี แม่ค้าขายลอตเตอรี่ในตลาดเรดซิตี้ ผู้ต้องหาคดีแจ้งข้อความเท็จต่อพนักงานสอบสวนเพื่อแกล้งให้บุคคลอื่นต้องรับโทษ รวม 4 ข้อหา ในคดีหวยอลเวง 30 ล้านบาท และต่อมาศาลอาญาให้ประกันตัวไปสู้คดีตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 มี.ค. รายงานข่าวจากบก.ปปป. แจ้งว่า เมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล อดีตผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา ม.157 ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ แล้วที่กองบัญชาการสอบสวนกลาง เบื้องต้นให้การปฏิเสธ และขอนัดกับเจ้าหน้าที่ปปป.ในอีก 15 วัน หลังจากนี้ เนื่องจากกลับไปรวบรวมหลักฐานเอกสารมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน ซึ่งวันเวลาและสถานที่ยังไม่แน่นอน แต่เชื่อว่า พล.ต.ต.สุทธิจะไม่หลบหนีแน่นอน

ส่วนนายปรีชา ใคร่ครวญ นางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น น.ส.พัชริดา พรมตา หรือ เจ๊พัช ที่เป็นผู้ต้องหาเรื่องการสนับสนุนให้เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทาง บก.ปปป. ออกหมายเรียกส่งไปทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษแล้ว เพื่อให้บุคคลทั้ง 3 มาเข้าพบพนักงานสอบสวนปปป. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในสัปดาห์หน้า หากไม่มาตามนัดก็จะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ตามระเบียบต่อไป และต่อมาผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ๊พัช เดินทางไปทำบุญบริจาคโลงศพที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์

ด้านนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า หลังจากพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และพล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.แถลงข่าวความคืบหน้าคดีหวยเมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา ประชาชนส่วนใหญ่คาใจในประเด็นเรื่องการขาดวุฒิภาวะ ประสบการณ์น้อยของคนเป็น ผู้การ และประเด็นที่ไม่มีเจตนาทุจริต แต่ที่กระทำไปเหมือนโดนสะกดจิตหมู่ ทราบว่า ผบช.ก.และ ผบก.ป. พร้อมทีมงานตั้งใจทำคดีนี้อย่างเต็มร้อย เพราะนี่คือการเรียกศักดิ์ศรีให้กับองค์กรตำรวจกลับคืนมา ส่วนจะได้มากน้อยแค่ไหนนั้น เป็นเรื่องที่ประชาชนต้องติดตามกันต่อไป

ประเด็นที่ผู้การจะมีการเรียกรับผลประโยชน์หรือไม่นั้น ตนไม่ได้ให้ความสนใจ เพราะมีฎีกา ม.157 มากมายที่ชี้ชัดว่าเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยที่ไม่ได้มีผลประโยชน์อะไรมาเกี่ยวข้องแม้แต่น้อย แต่เมื่อเกิดความเสียหาย เจ้าพนักงานก็ต้องรับผิดในการกระทำนั้น ซึ่งผบช.ก.ตอบตรงประเด็นชัดเจนว่า ผู้การทำผิดแน่นอนในเรื่องไปเปลี่ยน ไปแก้ไขเอกสารสำนวนการสอบสวนโดยมิชอบหลายครั้ง แม้จะทำไปโดยที่ไม่มีเรื่องทุจริตในผลประโยชน์ แต่เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ที่เกิดความเสียหายในกระบวนการสอบสวนชั้นตำรวจ
ที่มา :siamvariety

Facebook Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *